ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Visual Basic (VB)

Posted by Unknown Tuesday, July 31, 2012 0 comments
โปรแกรม Visual Basic (VB) เป็นโปรแกรมสำหรับพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ที่กำลังเป็นที่ นิยมใช้อยู่ในปัจจุบัน โปรแกรม Visual Basic เป็นโปรแกรมที่ได้เปลี่ยนรูปแบบการเขียนโปรแกรมใหม่ โดยมีชุดคำสั่งมาสนับสนุนการทำงาน มีเครื่องมือต่าง ๆ ที่เรียกกันว่า คอนโทรล(Controls) ไว้สำหรับช่วยในการออกแบบโปรแกรม โดยเน้นการออกแบบหน้าจอแบบกราฟฟิก หรือที่เรียกว่า Graphic User Interface (GUI) ทำให้การจัดรูปแบบหน้าจอเป็นไปได้ง่าย และในการเขียนโปรแกรมนั้นจะเขียนแบบ Event - Driven Programming คือ โปรแกรมจะทำงานก็ต่อเมื่อเหตุการณ์ (Event) เกิดขึ้น ตัวอย่างของเหตุการณ์ได้แก่ ผู้ใช้เลื่อนเมาส์ ผู้ใช้กดปุ่มบนคีย์บอร์ด ผู้ใช้กดปุ่มเมาส์ เป็นต้น
เครื่องมือ หรือ คอนโทรล ต่าง ๆ ที่ Visual Basic ได้เตรียมไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็น Form TextBox Label ฯลฯ ถือว่าเป็นวัตถุ (Object ในที่นี้ขอใช้คำว่า ออบเจ็กต์) นั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือใด ๆ ใน Visual Basic จะเป็นออบเจ็กต์ทั้งสิ้น สามารถที่จะควบคุมการทำงาน แก้ไขคุณสมบัติของออบเจ็กต์นั้นได้โดยตรง ในทุกๆ ออบเจ็กต์จะมีคุณสมบัติ (properties) และเมธอด (Methods) ประจำตัว ซึ่งในแต่ละออบเจ็กต์ อาจจะมีคุณสมบัติและเมธอดที่เหมือน หรือต่างกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของออบเจ็กต
ในการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ด้วย Visual Basic การเขียนโค้ดจะถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ เรียกว่า โพรซีเดอร์ (procedure) แต่ละโพรซีเดอร์จะประกอบไปด้วย ชุดคำสั่งที่พิมพ์เข้าไปแล้ว ทำให้คอนโทรลหรือออบเจ็กต์นั้น ๆ ตอบสนองการกระทำของผู้ใช้ ซึ่งเรียกว่าการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object Oriented Programming-OOP) แต่ตัวภาษา Visual Basic ยังไม่ถือว่าเป็นการเขียนโปรแกรมแบบ OOP อย่างแท้จริง เนื่องจากข้อจำกัดหลายๆ อย่างที่ Visual Basic ไม่สามารถทำได้
เข้าสู่โปรแกรม Visual Basic
เมื่อเข้าสู่โปรแกรม Visual Basic จะแสดงกรอบโต้ตอบสำหรับเลือกชนิดของโปรแกรมประยุกต์ ที่ต้องการ
เมื่อเลือกชนิดของโปรแกรมประยุกต์เป็นแบบ Standard EXE จะเข้าสู่หน้าต่างของ Visual Basic

ในแต่ละส่วนของ Visual Basic จะมีหน้าที่แตกต่างกันไป ซึ่งในระหว่างการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ จะต้องใช้ส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ ในการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์
ทูลบาร์ (Toolbars)
เป็นแถบสัญลักษณ์ที่ใช้สำหรับเข้าถึงชุดคำสั่งของ Visual Basic ได้ทันที โดยจะนำคำสั่งที่ถูกใช้งานบ่อย ๆ มาแสดง
ทูลบาร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
1. Standard Toolbars เป็นทูลบาร์มาตรฐานประกอบด้วยคำสั่งที่เกี่ยวกับการจัดการ Project
2. Edit Toolbars เป็นทูลบาร์ที่ประกอบไปด้วยคำสั่งที่ใช้สำหรับช่วยในการเขียนโค้ดใน code editor
3. Debug Toolbars เป็นทูลบาร์ที่ประกอบไปด้วยคำสั่งที่ใช้สำหรับตรวจสอบการทำงานการประมวลผลโปรแกรม
4. Form Editor Toolbars เป็นทูลบาร์ที่ประกอบไปด้วยคำสั่งที่ใช้สำหรับช่วยในการปรับขนาด, ย้าย, เปลี่ยนตำแหน่งคอนโทรลต่าง ๆ ที่อยู่บนฟอร์ม
Toolboxs
คือแถบสัญลักษณ์ Controls ต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ แบ่ง เป็น 2 กลุ่ม คือ
1. คอนโทรลภายใน (Intrinsic controls) เป็นชุดคอนโทรลมาตรฐานของ Visual Basic ทุก ๆ ครั้งที่มีการเรียกใช้ Form เพื่อสร้างโปรแกรมประยุกต์ คอลโทรลชุดนี้จะถูกเรียกขึ้นมาอัตโนมัติ สามารถเลือกใช้งานคอลโทรลกลุ่มนี้ได้ทันที
2. คอนโทรล ActiveX (ActiveX controls) เป็นชุดคอนโทรลเพิ่มเติมที่ไมโครซอฟท์จัดเตรียมไว้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ การเพิ่มคอนโทรลกลุ่มนี้เข้ามาในทูลบ๊อกซ์ทำโดยเลือกเมนู Project/Components (หรือคลิ๊กขวาตรงแถบทูลบ๊อกซ์เลือกคำสั่ง

Form Designer
เป็นส่วนที่ใช้ออกแบบการแสดงผลส่วนที่ใช้ติดต่อกับผู้ใช้ ฟอร์มเป็นออบเจ็กต์แรกที่ถูกเตรียมไว้ให้ใช้งาน คอลโทรลทุกตัวที่ต้องการใช้งานจะต้องนำไปบรรจุไว้ในฟอร์ม นำคอลโทรลมาประกอบกันขึ้นเป็นโปรแกรมประยุกต์ ทุกครั้งที่เปิด Visual Basic ขึ้นมา หรือ สร้าง Project ใหม่จะมีฟอร์มว่าง 1 ฟอร์มถูกสร้างเตรียมไว้เสมอ
Project Explorer
Project Explorer ใช้สำหรับบริหารและจัดการโปรเจ็กซ์ โดยจะแสดงองค์ประกอบของแต่ละโปรเจ็กต์แบบโครงร่างต้นไม้ (tree-view)ตัวโปรเจ็กตจะหมายถึงโปรแกรมประยุกต์ซึ่งจะอยู่ส่วนบนสุด ถัดมา จะแสดงส่วนประกอบต่าง ๆ ของโปรเจ็กต์นั้น ๆ ว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง เช่น ฟอร์มโมดูล รายงาน เป็นต้น ถ้ามี 2 โปรเจ็กต์ขึ้นไป ก็จะแสดงแยกออกเป็นส่วนต่างหากอีกโปรเจ็กต์ ถ้าต้องการใช้งานส่วนใด ของโปรเจ็กต์ไหนก็สามารถคลิ๊กเลือกได้ทันที
  
Project Explorer แบบโปรเจ็กต์เดียว และ แบบหลายโปรเจ็กต์
ส่วนประกอบของโปรเจ็กต์
Project(n) คือโปรแกรมประยุกต์ที่พัฒนาอยู่ มีนามสกุล .vbp
Form(n) .frm เป็นฟอร์มที่มีอยู่ในโปรเจ็กต์นั้น ๆ ใน 1 โปรเจ็กต์อาจมีมากกว่า 1 ฟอร์มก็ได้ มีนามสกุล
Modules เป็นที่เก็บชุดคำสั่งที่คุณเขียนขึ้นมา โดยจะเก็บชุดคำสั่งที่ใช้บ่อย ๆมีนามสกุล .bas
Class Modules เป็นโมดูลชนิดพิเศษที่มีลักษณะเป็นอ๊อบเจ็กต์ ที่สามารถสร้างขึ้นมาได้ จะมีนามสกุล .cls
User controls เป็นส่วนที่เก็บคอนโทรล ActiveX ที่คุณสร้างขึ้นมา มีนามสกุล .ctl
Designers เป็นส่วนของรายงานที่ถูกสร้างขึ้นมีนามสกุลเป็น .dsr
Properties Window
หน้าต่างคุณสมบัติเป็นส่วนที่ใช้กำหนดคุณสมบัติของออบเจ็กต์ที่ถูกเลือก (adtive) หรือได้รับความสนใจ (focus) อยู่ขณะนั้น ซึ่งสามารถที่จะปรับเปลี่ยนค่าต่าง ๆ ของคอลโทรลเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและตรงกับความต้องการใช้งานได้ทันที


นหน้าต่างคุณสมบัติ จะประกอบไปด้วยแท็ป 2 แท็ป คือ
1. แท็ป Alphabetic เป็นแท็ปที่แสดงรายการคุณสมบัติ เรียงตามตัวอักษรในภาษาอังกฤษ
2. แท็ป Categorized เป็นแท็ปที่แสดงรายการคุณสมบัติ โดยการจัดกลุ่มของคุณสมบัติที่มีหน้าที่คล้ายกัน หรือมีความสัมพันธ์กัน
หน้าต่าง Form Layout
เป็นส่วนที่แสดงให้เห็นตำแหน่งของฟอร์ม และสามารถกำหนดตำแหน่งของฟอร์ม ที่ปรากฎบนจอภาพในขณะประมวลผลได้ โดยการเคลื่อนย้ายฟอร์มจำลอง ที่อยู่ในจอภาพจำลองด้วยการ drag เมาส์ ไปยังตำแหน่งทีคุณต้องการ โดยจะมีผลในขณะประมวลผลเท่านั้น

Immediate Window
เป็นหน้าต่างที่ให้ประโยชน์ ในกรณีทีคุณต้องการทราบผล การประมวลผลโดยทันที เช่น การทดสอบโปรแกรมย่อยต่าง ๆ เป็นต้น เมื่อคุณสั่งประมวลผลโปรเจ็กต์ หน้าต่างนี้จะปรากฎขึ้นโดยอัตโนมัติ
หน้าต่าง New Project
หน้าต่าง New Project จะปรากฎขึ้นมาเมื่อเลือกเมนู File/New Project กรอบโต้ตอบนี้ จะแสดงชนิดของโปรแกรมประยุกต์ ที่คุณต้องการพัฒนา ซึ่งจะคล้ายกับตอนที่เปิดโปรแกรม Visual Basic ขึ้นมาครั้งแรก
หน้าต่าง Code Editor
เป็นส่วนที่ใช้ในการเขียนชุดคำสั่งสำหรับการประมวลผล และควบคุมการทำงานของคอลโทรล  ต่าง ๆ

ข้อมูลและตัวแปร

Posted by Unknown Tuesday, July 24, 2012 0 comments
          ชนิดของข้อมูล การใช้งานตัวแปร และค่าคงที่ ที่ใช้กับ Visual Basic ไม่ว่าโปรแกรมประยุกต์ใด ภาษาใด สิ่งที่ต้องรู้เป็นอันดับแรกๆ ก็คือ ตัวแปร ค่าคงที่และ ชนิดของข้อมูล ของภาษานั้น ๆ ซึ่งจะทำให้เห็นข้อจำกัดต่างๆ ในภาษานั้น ๆ ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ เพราะตัวแปรและค่าคงที่ถือได้ว่าเป็นตัวแทนของข้อมูล ที่จะต้องนำไปใช้งาน ประมวลผล และแสดงสิ่งที่ได้จากการประมวลผล

ชนิดของข้อมูล
Visual Basic มีชนิดของข้อมูลหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขจำนวนเต็ม ตัวเลขที่มีทศนิยม ข้อความ ตัวเลขทางการเงิน ค่าทางตรรกะ เป็นต้น ข้อมูลแต่ละชนิด จะใช้พื้นที่ในการเก็บไม่เท่ากัน รวมถึงความเร็วในการประมวลผลก็แตกต่างกันด้วย สามารถแบ่งชนิดของข้อมูลที่ใช้กัน Visual Basic ได้ดังตารางต่อไปนี้
ชนิดข้อมูล
รายละเอียด
หน่วยความจำ
Boolean
เก็บค่าทางตรรกะที่ได้มี 2 ค่า คือ true (จริง), false (เท็จ)
2 Bytes
Byte
เก็บค่าเลขจำนวนเต็มตั้งแต่ 0-255
1 Byte
Currency

ใช้เก็บตัวเลขจำนวนจริง มีค่าระหว่าง - 922,337,203,685,477.5808 ถึง 922,337,203,685,477.5807
8 Bytes
Date
ใช้สำหรับเก็บวันที่และเวลา
8 Bytes
Double
ใช้เก็บตัวเลขจำนวนจริง แยกเป็น 2 กรณี คือ ค่าบวกอยู่ระหว่าง 4.94065645841247E-324 ถึง 1.79769313486232E308 ค่าลบอยู่ระหว่าง - 1.79769313486232E308 ถึง -4.94065645841247E-324
8 Bytes
Integer
เก็บค่าเลขจำนวนเต็มที่มีค่าระหว่าง -32768 ถึง 32767
2 Bytes
Long
ใช้เก็บเลขจำนวนเต็มที่มีค่าระหว่าง -2,147,483,648 ถึง 2,147,483,647
4 Bytes
Object
ใช้สำหรับแทนวัตถุที่ Visual Basic สนับสนุน
4 Bytes
Single
ใช้เก็บตัวเลขจำนวนจริง แยกเป็น 2 กรณี คือ ค่าบวกอยู่ระหว่าง 1.401298E-45 ถึง 3.402823E38 และค่าลบอยู่ระหว่าง -3.402823E38 ถึง -1.401298E45
4 Bytes
String
ใช้เก็บตัวอักษร ข้อความ และตัวเลข 1 ตัว/1 ไบต์
Variant
ข้อมูลพิเศษสามารถเก็บข้อมูลได้ทุกชนิด
16 Bytes
การประกาศค่าตัวแปร (Variable Declaration)
ก่อนที่จะใช้งานตัวแปร หรือค่าคงที่ทุกครั้ง ควรประกาศตัวแปร (variable declaration) ก่อน เพื่อให้ Visual Basic รู้ว่า ตัวแปรที่ต้องการใช้งาน ใช้แทนข้อมูลชนิดใดถึงแม้ว่า Visual Basic อนุญาตให้ใช้งานตัวแปรได้ โดยไม่ต้องประกาศตัวแปร แต่ตัวแปรที่ได้จะใช้ทรัพยากรระบบ มากเกินความจำเป็น รวมถึงประมวลผลได้ช้า เพราะจะเป็นตัวแปรที่สามารถแทนข้อมูลได้ทุกชนิด ซึ่ง Visual Basic เรียกว่า ตัวแปรชนิด Variant ซึ่งควรหลีกเลี่ยงการใช้งานตัวแปรชนิดนี้
รูปแบบคำสั่งการประกาศตัวแปรของ Visual Basic
Dim varname As datatypes
Dim คือ คำสั่ง (statements) สำหรับประกาศตัวแปร
varname คือ ชื่อของตัวแปรที่ต้องการประกาศ
As คือ ส่วนที่บอกให้ Visual Basic ทราบว่าต้องการกำหนดชนิดของข้อมูล
datatypes คือ ชนิดของข้อมูลที่ Visual Basic สนับสนุน
กรณีที่ต้องการกำหนดให้มีการประกาศตัวแปรทุกครั้งก่อนที่จะมีการเรียกใช้ตัวแปร เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ตัวแปรชนิด Variant ให้พิมพ์คำสั่ง Option Explicit ไว้ข้างบนสุดก่อนพิมพ์คำสั่งอื่น ๆ
กฎการตั้งชื่อตัวแปรและค่าคงที่
1. ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะเท่านั้น
2. ความยาวของชื่อที่ตั้งสูงสุดไม่เกิน 255 ตัวอักษร
3. ชื่อที่ตั้ง ต้องไม่ซ้ำกันคำสงวน (Keywords) คำสั่ง (Statements) ฟังก์ชัน (Functions) หรืออื่น ๆ ที่ Visual Basic กำหนดไว้
4. ห้ามตั้งชื่อซ้ำกันในโพรซีเดอร์เดียวกัน หรือในขอบเขตเดียวกัน
5. ห้ามใช้เครื่องหมายทางคณิตศาสตร์, ตัวดำเนินการ (Operators) หรือ เครื่องหมายพิเศษ เช่น @, # มาตั้งชื่อ
6. ห้ามมีช่องว่างในชื่อตัวแปรถ้าต้องการเว้นว่างให้ใช้เครื่องหมาย _ (Underscore) เท่านั้น
การตั้งชื่อวัตถุ
วัตถุ
คำนำหน้า (Prefix)
ตัวอย่าง
CheckBox
Chk
ChkStatus
ComboBox
Cbo
CboType
CommandButton
Cmd
CmdSave
Image
Img
ImgProduct
Label
Lbl
Lbladdress
ListBox
Lst
LstDay
OptionButton
Opt
OptSex
TextBox
Txt
TxtName
Timer
Tmr
TmrTime
ขอบเขตของตัวแปร (Scope of Variable)
ใน Visual Basic สามารถแบ่งขอบเขตตัวแปรได้ 2 ประเภท คือ
1. ตัวแปรแบบ Local
1. ตัวแปรแบบ Public
ตัวแปรแบบ Local
หมายถึง ตัวแปรที่ประกาศขึ้นมา ให้สามารถเรียกใช้งานได้ ในเฉพาะโพรซีเดอร์ที่ประกาศเท่านั้น มักใช้ประกาศตัวแปรที่ต้องการใช้ชั่วคราว หรือต้องการใช้ในโพรซีเดอร์นั้นๆ
ตัวอย่าง
Private Sub AddNum_Click( )
Dim x As Integer
Dim y As Integer
x = 5
y = 6
x = x + y
End Sub
Private Sub DelNum_Click( )
Dim x As Integer
Dim y As Integer
x = 3
y = 2


จากตัวอย่าง ตัวแปร x และ y ถูกประกาศใน Sub AddNum และ Sub DelNum ซึ่ง x และ y ใน AddNum จะเป็นคนละตัวกับ x และ y ใน DelNumิ
ตัวแปรแบบ Public
หมายถึง ตัวแปรที่ประกาศขึ้นในส่วนบนหลัง Option Explicit ทำให้สามารถเรียกใช้งานได้ทุกโพรซีเดอร์ในฟอร์มนั้น กรณีที่ประกาศตัวแปรแบบ Public ใน Module จะทำให้ตัวแปรนั้นสามารถเรียกใช้งานได้จากทุกฟอร์ม
ตัวอย่าง
Option Explicit
Dim x as Integer
Dim y as Integer
Private Sub AddNum_Click( )
x = 5
y = 6
x = x + y
End Sub

Private Sub DelNum_Click( )
x = x - y
End Sub
จากตัวอย่าง ตัวแปร x และ y ถูกประกาศในถัดจาก Option Explicit ก่อน Sub AddNum ทำให้ตัวแปร x และ y ใน Sub AddNum และ Sub DelNum เป็นตัวแปรตัวเดียวกัน
ตัวแปรอาร์เรย์ (Array)
ตัวแปรอาร์เรย์ เป็นกลุ่มของตัวแปรที่ประกาศขึ้นมา โดยใช้ชื่อของเดียวใช้ค่า Index ในการอ้างถึง ประโยชน์ของตัวแปรชนิดนี้คือ กรณีที่ต้องการมีการใช้ตัวแปรจำนวนมาก การประกาศตัวแปรสามารถประกาศเพียงชื่อเดียว ลดความซ้ำซ้อนของตัวแปร และทำให้ง่ายต่อการเรียกใช้ มีรูปแบบการประกาศดังนี้

Dim Varname(amount) as Datatype
Dim         คือ คำสั่ง (statements) สำหรับประกาศตัวแปร
varname คือ ชื่อของตัวแปรอาร์เรย์ที่ต้องการประกาศ
amount  คือ จำนวนสมาชิกของอาร์เรย์
As           คือ ส่วนที่บอกให้ Visual Basic ทราบว่าต้องการกำหนดชนิดของข้อมูล
datatypes คือ ชนิดของข้อมูลที่ Visual Basic สนับสนุน
ตัวอย่าง
ตัวแปรอาร์เรย์แบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ
1. ตัวแปรอาร์เรย์แบบสแตติก (Static Arrays)
2. ตัวแปรอาร์เรย์แบบไดนามิก (Dynamic Arrays)
ตัวแปรอาร์เรย์แบบสแตติก (Static Arrays)
เป็นอาร์เรย์ที่มีการระบุจำนวนสมาชิกเมื่อมีการประกาศตัวแปร จะใช้อาร์เรย์ชนิดนี้ในกรณีที่ทราบจำนวนสมาชิกของอาร์เรย์ที่แน่นอน
ตัวอย่าง
Dim vprint (10) as String

จากตัวอย่างเป็นการประกาศตัวแปรอาร์เรย์ชื่อ vprint ให้มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 10 และ เป็นข้อมูลชนิดตัวอักษร ในการอ้างถึงตัวแปรให้ทำการระบุ Index หรือลำดับที่ของสมาชิก โดยสมาชิกตัวแรกให้ระบุ Index เป็น 0 เช่น เมื่อต้องการอ้างถึงสมาชิกตัวแรกสุดให้ระบุเป็น vprint(0)สมาชิกตัวที่ 7 ให้ระบุเป็น vprint(6) สมาชิกตัวสุดท้ายระบุเป็น vprint(9)
ตัวแปรอาร์เรย์แบบไดนามิก (Dynamic Arrays)
เป็นอาร์เรย์ที่ไม่มีการระบุจำนวนสมาชิกเมื่อมีการประกาศตัวแปร เนื่องจากไม่ทราบจำนวนสมาชิกที่แน่นอน
ตัวอย่าง
Dim ccode( ) as String

จากตัวอย่างเป็นการประกาศตัวแปรอาร์เรย์ชื่อ ccode โดยไม่ระบุจำนวนสมาชิก และเป็นข้อมูลชนิดตัวอักษร เมื่อต้องการใช้งานตัวแปรจะต้องระบุจำนวนสมาชิกให้กับตัวแปรอาร์เรย์ โดยใช้คำสั่งดังนี้
Redim ccode(5)
จากตัวอย่างเป็นการกำหนดให้ตัวแปรอาร์เรย์ ccode ที่ได้ประกาศไว้แล้วให้มีจำนวนสมาชิก 5
ข้อดีของตัวแปรอาร์เรย์แบบไดนามิกคือ จำนวนสมาชิกของอาร์เรย์จะถูกกำหนดให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานเนื่อง เนื่องจากสามารถระบุจำนวนสมาชิกได้ภายหลัง แต่ตัวแปรอาร์เรย์แบบสแตติกจะต้องระบุจำนวนสมาชิกทันทีที่มีการประกาศตัวแปร การสร้างชนิดของตัวแปรขึ้นใช้เอง (User-defined data type)
กรณีที่ต้องการเก็บข้อมูลเป็น ชุดแต่ประกอบด้วยข้อมูลหลาย ๆ ชนิด สามารถทำได้โดยการสร้างชนิดข้อมูลพิเศษขึ้นมา โดยนำชนิดของข้อมูลพื้นฐานดังกล่าวทั้งหมดมาสร้างตามที่ต้องการโดยมีรูปแบบ ดังนี้

[Public I Private] Type Varname
elementname [([subscripts])] As type
[elementname [([subscripts])] As type]
……
End Type
Public(Optional) คือ ส่วนที่กำหนดให้ค่าคงที่สามารถใช้ได้ทั้งโปรเจ็กต์ ทุกโมดูล
Private(Optional) คือ ส่วนที่กำหนดให้ค่าคงที่สามารถใช้ได้เฉพาะโมดูลที่ประกาศเท่านั้น
Varname คือ ชื่อของชนิดข้อมูลที่กำหนดขึ้นมาใหม่
elementname คือ ชื่อของตัวแปร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชนิดข้อมูลที่สร้างขึ้นมา
Subscripts คือ จำนวนสมาชิกกรณีที่ต้องการให้เป็นตัวแปรอาร์เรย
Type คือ ชนิดของข้อมูลพื้นฐานแต่ละตัว
ตัวอย่าง
Type Customer
CustName As String
Address As String
Age As Integer
End Type

จากตัวอย่างเป็นการสร้างชนิดข้อมูลขึ้นมาใหม่ โดยให้ชื่อว่า Customer โดยมีตัวแปรย่อย Name Address และ Age เมื่อต้องการใช้งานชนิดข้อมูลดังกล่าวต้องทำการประกาศตัวแปรดังนี้
Dim newcust As Customer
เมื่อต้องการเก็บค่าหรือนำค่าไปใช้ให้ใช้คำสั่งดังนี้

newcust.CustName = "ขวัญจิตร  สุวรรณวงศ์"
newcust.Address = "45 ถ.ทิพย์ช้าง ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง
newcust.Age = 15
การประกาศค่าคงที่ (Constant)
ค่าคงที่ (Constant) หมายถึงข้อมูลที่มีค่าคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ในการประกาศค่าคงที่ต้องใช้คำสั่ง Const เพื่อสร้างค่าคงที่ มีรูปแบบดังนี้

[Public I Private] Const constname [As type] = expression
Public(Optional) คือ ส่วนที่กำหนดให้ค่าคงที่สามารถใช้ได้ทั้งโปรเจ็ก ทุกโมดูล
Private(Optional) คือ ส่วนที่กำหนดให้ค่าคงที่สามารถใช้ได้เฉพาะโมดูลที่ประกาศเท่านั้น
Const คือ คำสั่งสร้างค่าคงที่
Constname คือ ชื่อค่าคงที่
Type (Optional) คือ การกำหนดชนิดของค่าคงที่
Expression คือ ค่าที่ต้องการกำหนด
ตัวอย่าง
Option Explicit
Const PI As Double = 3.141578

Private Sub cmdCalc_Click( )
Dim radius As Double
Dim area As Double
Radius = CDb(InputBox("กรุณาใส่ค่ารัศมี" , "ใส่ค่า")
Area = PI * (radius) ^2
MsgBox "พื้นที่วงกลม = " & Area & " ตารางหน่วย "
End Sub
ตัวดำเนินการใน Visual Basic (Operators)
ตัวดำเนินการ คือ เครื่องหมายสำหรับกระทำกับข้อมูลอย่างน้อยที่สุด 2 ชุดมากระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น บวก ลบ เชื่อมต่อ เปรียบเทียบ ทดสอบค่า เป็นต้น ซึ่งสามารถแบ่งได้ 4 ประเภท ดังนี้

ตัวดำเนินการด้านคณิตศาสตร์ (Arithmetic Operators)
คือเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ใช้สำหรับการคำนวณตัวเลข ดังตาราง
ชื่อตัวดำเนินการ
ลักษณะตัวดำเนินการ
ตัวอย่าง
การบวก
+
A + B
การลบ
-
A - B
การคูณ
*
A * B
การหาร
/
A / B
การหารเอาแต่จำนวนเต็ม
\
A \ B
การหารเอาแต่เศษ
Mod
A Mod B
การยกกำลัง
^
A ^ B
ตัวดำเนินการทางด้านตรรกะ (Logical Operator)
คือเครื่องหมายสำหรับตรวจสอบเงื่อนไขระหว่างกลุ่มนิพจน์ โดยจะให้ผลลัพธ์เป็นจริง (True) และเป็นเท็จ (False) หรือสร้างเงื่อนไขขึ้นมาเพื่อทดสอบกรณีต่าง ๆ ดังตาราง
ตัวดำเนินการ
ตัวอย่าง
ผลลัพธ์
And
A And B
เป็นจริงเมื่อทั้ง 2 นิพจน์มีค่าเป็นจริง
Or
A Or B
เป็นเท็จเมื่อทั้ง 2 นิพจน์มีค่าเป็นเท็จ
Xor
A Xor B
เป็นจริงเมื่อทั้ง 2 นิพจน์มีค่าต่างกัน
Eqv
A Eqv B
เป็นจริงเมื่องทั้ง 2 นิพจน์มีค่าเหมือนกัน
Imp
A Imp B
เป็นเท็จเมื่อนิพจน์หน้าเป็นจริง นิพจน์หลังเป็นเท็จ
Not
Not A
ให้ค่าตรงข้ามกับค่าของนิพจน์

ัวดำเนินการทางด้านการเปรียบเทียบ (Comparison Operators)
เครื่องหมายที่ใช้สำหรับเปรียบเทียบนิพจน์ 2 นิพจน์ เพื่อทดสอบ หรือสร้างเงื่อนไข โดยจะให้ผลลัพธ์เป็นจริง (True) และเป็นเท็จ (False) มักจะใช้คู่กับตัวดำเนินการทางด้านตรรกะ เพื่อตรวจสอบเงื่อนไขต่าง ๆ เสมอ ดังตาราง
ตัวดำเนินการ
ชื่อตัวดำเนินการ
<
น้อยกว่า
>
มากกว่า
<=
น้อยกว่าหรือเท่ากับ
>=
มากกว่าหรือเท่ากับ
=
เท่ากับ
<>
ไม่เท่ากับ

ตัวดำเนินการทางด้านการเชื่อมข้อความ (Concentration Operators)
เครื่องหมายที่ใช้สำหรับเชื่อมข้อความตั้งแต่ 2 ข้อความเข้าด้วยกัน แต่ยังมีกรณียกเว้นที่จะเป็นการบวกกันของนิพจน์ 2 นิพจน์ ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของนิพจน์ที่จะมากระทำกัน ดังตาราง
ตัวดำเนินการ
กรณี
ตัวอย่าง
ผลลัพธ์
+
String + String
"Visual"+"Basic 6.0"
"Visual Basic 6.0"
&
String & String
"Visual"&"Basic 6.0"
"Visual Basic 6.0"
+
String(numeric)+numeric
"20"+6
26
&
String(numeric)&numeric
"20"+6
206

การสร้าง Application

Posted by Unknown 0 comments
       concept หลักของการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ด้วย Visual Basic ก็คือ การสร้างองค์ประกอบต่าง ๆ ของโปรแกรมประยุกต์ด้วยคอนโทรล โดยมีรูปแบบที่สื่อด้วยภาพ หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า การออกแบบอินเตอร์เฟส ต่อมาก็คือการเขียนชุดคำสั่งเพื่อรองรับเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอนใหญ่ ๆ คือ
1. เลือกชนิดของโปรแกรมประยุกต์
2. สร้างยูสเซอร์อินเตอร์เฟส (หรือส่วนติดต่อกับผู้ใช้ อาจเรียกสั้นๆว่า อินเตอร์เฟส)
3. เขียนชุดคำสั่งเพื่อรองรับเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับแต่ละคอนโทรลหรืออ็อบเจก
4. การทดสอบ ตรวจสอบ และดักจับข้อผิดพลาด
5. คอมไพล์โปรเจ็กต์ให้เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่สมบูรณ์ (เช่น *.exe หรือ *.dll เป็นต้น)
การใช้งานคอนโทรลในการสร้างอินเตอร์เฟส
       จุดเริ่มต้นของการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ด้วย Visual Basic ก็คือการนำคอนโทรลชนิดต่างๆ ที่ Visual Basic จัดเตรียมไว้นำมาสร้างอินเตอร์เฟส การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ที่ดี ทำได้โดยการออกแบบอินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย เป็นมิตรกับผู้ใช้ จะส่งผลให้ระยะเวลาในการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ลดลงไปได้มากทีเดียว เพราะสิ่งที่เหลืออยู่คือการเขียนโค้ดเพื่อทำให้โปร เจ็กต์ทำงานให้สมบูรณ์มากที่สุด
การนำคอนโทรลมาใช้งาน
สำหรับวิธีการนำคอนโทรลมาใช้งาน วาดอินเตอร์เฟสบนฟอร์ม มี 2 วิธี คือ
1. คลิ๊กที่ตัวคอนโทรลนั้น ๆ บน ToolBox แล้วนำไปวาดบนฟอร์ม
2. ดับเบิลคลิ๊กที่ตัวคอนโทรลนั้นเลย แล้ว Visual Basic จะนำคอนโทรลไปวางบนฟอร์มให้โดยอัตโนมัติ ซึ่ง Visual Basic จะตั้งค่า default ไว้ให้ทั้งตำแหน่ง และขนาดของคอนโทรล แล้วค่อยแก้ในภายหลัง สำหรับคอนโทรล CommandButton อาจใช้ขนาดที่ Visual Basic ตั้งมาไปใช้งานเลยก็ได้ เพราะมีขนาดเหมาะสมอยู่แล้ว
พื้นฐานการเขียนโค้ด
มี 2 วิธีที่สามารถเรียก editor ขึ้นมาใช้งานคือ
1. ดับเบิลคลิ๊กที่ตัวคอนโทรลนั้น ๆ
2. คลิ๊กที่คอนโทรลนั้น ให้อยู่ในสภาพใช้งาน (active) หรือได้รับความสนใจ(focus) แล้วกด F7
การใช้งาน Editor
Editor ถือได้ว่าเป็นส่วนที่มีความสำคัญมากอีกส่วนหนึ่งในบรรดาเครื่องมือที่ Visual Basic มี เพราะใช้สำหรับเขียนโค้ดให้โปรแกรมประยุกต์ทำงานได้ เครื่องมือตัวนี้ต้องใช้งานมากที่สุด ในขบวนการพัฒนาโปรกแกรมประยุกต์ด้วย Visual Basic การศึกษาสภาพแวดล้อมของ Editor จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง สามารถแยกส่วนต่างๆ ของ Editor ออกได้เป็น 3 ส่วนดังนี้
1. ส่วน Object List Box มีหน้าที่แสดงชื่อคอนโทรลหรืออ็อบเจกต์ที่ถูกนำมาใช้งาน
2. ส่วน Event List Box มีหน้าที่แสดงเหตุการณ์ (Event) ของคอนโทรลที่ถูกเลือกใน Object List Box
3. ส่วนการเขียนโค้ด เมื่อเลือกคอนโทรลใน Object List Box และเลือกเหตุการณ์ใน Event List Box แล้ว Visual Basic จะสร้างโพรซีเดอร์ (Procedure) ให้อัตโนมัติ
ความสามารถพิเศษของ Editor
ในการใช้งาน Editor เมื่อพิมพ์ชื่อคอนโทรลแล้วพิมพ์ Editor จะแสดง ToolTip ที่เป็นรายการพร็อพเพอร์ตี้หรือรายการเมธอดที่คอนโทรลนั้นสนับสนุนอยู่ขึ้นมาทันที ช่วยให้ไม่ต้องจำว่าคอนโทรลนี้มีพร็อพเพอร์ตี้หรือมีเมธอดอะไรบ้าง รวมถึงป้องกันไม่ให้พิมพ์ผิดอีกด้วย และถ้ามีการเรียกใช้งานฟังก์ชันมาตรฐานต่าง ๆ ToolTip ก็จะแสดงรูปแบบไวยากรณ์ของฟังก์ชันนั้นๆ ให้ทันทีเช่นกัน
ความสามารถของ Editor อีกอย่างก็คือสามารถตรวจสอบไวยากรณ์ (Syntax) ตามโครงสร้างของภาษา Visual Basic ได้อีกด้วย โดยขณะที่พิมพ์โค้ดเข้าไปเมื่อกด Enter จบบรรทัด Visual Basic จะทำงานตรวจสอบไวยากรณ์ทันที ถ้ามีข้อผิดพลาด ในการใช้งานไวยากรณ์เกิดขึ้น Visual Basic จะแสดงข้อความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องความผิดพลาดนั้นๆ ขึ้นมาทันที
การใช้ MessageBox
MessageBox เป็นเครื่องมือที่ใช้โต้ตอบกับผู้ใช้ โดยจะแสดงข้อมูลเพียงอย่างเดียว แล้วให้ผู้ใช้ Click ปุ่มเลือกในกรณีที่ต้องการให้ผู้ใช้เลือกตอบ
รูปแบบการใช้งาน
MsgBox Prompt[,Buttons][,Title]
Prompt   คือข้อความที่ต้องการแสดงใน MessageBox ในกรณีที่ต้องการ แสดงข้อมูลหลายบรรทัดทำได้โดยเชื่อมกับ chr(13)
Buttons  คือส่วนที่ใช้กำหนดการแสดงปุ่มและกำหนดรูปไอคอนบน MessageBox
Title       คือส่วนของข้อความที่ต้องการแสดงบนแถบด้านบนของ MessageBox     

การกำหนดปุ่มและไอคอนของปุ่มสามารถทำได้โดยการระบุค่าคงที่ของแต่ละอย่างเชื่อมด้วยเครื่องหมาย + ซึ่งรายละเอียดของค่าคงที่สามารถใช้งานได้มีดังนี้

กลุ่มที่ใช้สำหรับกำหนดปุ่มที่จะแสดงใน MessageBox   ค่าคงที่ รายละเอียด
VbOKOnly แสดงปุ่ม OK ปุ่มเดียว
VbOKCancel แสดงปุ่ม OK และ Cancel
VbYesNo แสดงปุ่ม Yes และ No
VbYesNoCancel แสดงปุ่ม Yes No และ Cancel
VbAbortRetrylgnore แสดงปุ่ม Abort Retry และ lgnore
VbRetryCancel แสดงปุ่ม Retry และ Cancel
กลุ่มที่ใช้สำหรับกำหนดไอคอนที่จะแสดงใน MessageBox  ค่าคงที่ รายละเอียด
VbCritical แสดงไอคอน Critical Message
VbExclamation แสดงไอคอน Earning Message
Vblnformation แสดงไอคอน Information Message
VbQuestion แสดงไอคอน Question Message
กลุ่มที่ใช้สำหรับกำหนดปุ่มเริ่มต้น  ค่าคงที่ รายละเอียด
VbDefaultButton1 กำหนดให้ปุ่มแรกเป็นปุ่มเริ่มต้น
VbDefaultButton2 กำหนดให้ปุ่มที่ 2 เป็นปุ่มเริ่มต้น
VbDefaultButton3 กำหนดให้ปุ่มที่ 3 เป็นปุ่มเริ่มต้น
VbDefaultButton4 กำหนดให้ปุ่มที่ 4 เป็นปุ่มเริ่มต้น
การใช้ InputBox
InputBox เป็นเครื่องมือที่ใช้รับข้อมูลโดยให้ผู้ใช้ป้อนข้อมูลลงไป แล้วเก็บข้อมูลนั้นไว้ในตัวแปร

รูปแบบการใช้งาน
InputBox(Prompt[,Title][,Default])
Prompt   คือข้อความที่ต้องการแสดงใน InputBox ในกรณีที่ต้องการ แสดงข้อมูลหลายบรรทัดทำได้โดยเชื่อมกับ chr(13)
Title        คือส่วนของข้อความที่ต้องการแสดงบนแถบด้านบนของ InputBox
Default   คือค่าที่กำหนดให้กรณีที่ไม่มีการป้อนข้อมูลใน InputBox
การสร้างเมนู
ในการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ 1 โปรแกรมจะประกอบไปด้วยฟอร์มจำนวนมาก ในการเรียกใช้งานฟอร์มแต่ละฟอร์มจำเป็นจะต้องมีเมนูมาช่วยจัดหมวดหมู่ของฟอร์ม เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน การสร้างเมนูใน Visual Basic สามารถทำได้โดยเรียกใช้คำสั่งสำหรับสร้างเมนูโดย Chick ขวาบนฟอร์มที่ต้องการสร้างเมนู เลือกคำสั่ง Menu Editor
รายละเอียดต่าง ๆ ของ Menu Editor
Caption ข้อความที่จะปรากฏบนเมนู
Name ชื่อเมนู ห้ามซ้ำกัน
Index ใช้สำหรับระบุลำดับกรณีที่กำหนดให้เป็นเมนูแบบอาร์เรย์
ShortCut ใช้สำหรับกำหนดคีย์ลัดในการเรียกใช้เมนู
Checked กำหนดให้เป็นเมนูที่มีเครื่องหมายถูกหน้าเมน
Enabled กำหนดให้สามารถใช้งานเมนูได้ถ้ามีเครื่องหมายถูก หรือ กำหนดให้ค่าเป็น True
Visible
กำหนดให้แสดงเมนูถ้ามีเครื่องหมายถูก หรือ กำหนดให้มีค่าเป็น True

ActiveX Control พื้นฐาน

Posted by Unknown 0 comments
    ในการเขียนโปรแกรมเพื่อสร้างโปรแกรมประยุกต์ด้วย Visual Basic นั้น ActiveX Control เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การพัฒนาโปรแกรมเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ในบทนี้เราจะได้เรียนรู้การใช้งาน Control เรียนรู้เกี่ยวกับ พร็อพเพอร์ตี้ เมธอด และ อีเวนต์ ของ ActiveX Control พื้นฐาน ของ Visual Basic
การใช้งาน ActiveX Control
ActiveX Control คือเครื่องมือที่ Visual Basic ได้จัดเตรียมไว้ให้นักพัฒนาโปรแกรมเพื่อใช้ในการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ ให้เกิดความง่ายและรวดเร็วในการเขียนโปรแกรม โดย ActiveX Control พื้นฐานที่ Visual Basic เตรียมไว้ที่ถูกนำมาใช้อยู่เสมอในการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์มีรายละเอียดดังนี้
Label : แถบอักษร
แถบอักษร หรือ แถบข้อความ ใช้เพื่อแสดงข้อความ เมื่อแสดงผลจะไม่สามารถพิมพ์แก้ไขข้อมูลได้ นอกจากจะเขียนชุดคำสั่งกำหนดให้มีการเปลี่ยนแปลง
พร็อบเพอร์ตี้ที่สำคัญของ Label
Name ใช้สำหรับกำหนดชื่อ
Alignment ใช้สำหรับกำหนดตำแหน่งของข้อมูลบน
AutoSize ใช้สำหรับกำหนดขนาดของ Label ให้มีขนาดพอดีกับข้อมูลอัตโนมัติ
BackColor ใช้สำหรับกำหนดสีพื้น
BackStyle ใช้สำหรับกำหนดแบบของพื้นหลังให้เป็นแบบทึบหรือโปร่งใส
BorderStyle ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบของเส้นขอบ
Caption ใช้สำหรับกำหนดข้อความ
DataField ใช้สำหรับกำหนด Field ที่ต้องการเชื่อมต่อ
DataFormat ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบของการแสดงผลข้อมูลใน Label
DataSource ใช้สำหรับกำหนดแหล่งข้อมูลหรือตารางที่ต้องการเชื่อมต่อ
Enabled ใช้สำหรับกำหนดให้สามารถใช้งานได้
Font ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบตัวอักษร
ForeColor ใช้สำหรับกำหนดสีตัวอักษร
ToolTipText ใช้สำหรับแสดงข้อความอธิบายเพิ่มเติม
Visible ใช้สำหรับกำหนดให้ซ่อนหรือแสดง Label

อีเวนต์ที่สำคัญของ Label
Click เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการ Click Mouse ที่ Label
TextBox : กรอบข้อความ
กรอบข้อความใช้สำหรับรับข้อมูล ขณะที่ทำการประมวลผล
พร็อบเพอร์ตี้ที่สำคัญของ TextBox
Name ใช้สำหรับกำหนดชื่อ
Alignment ใช้สำหรับกำหนดตำแหน่งของข้อมูล
BackColor ใช้สำหรับกำหนดสีพื้น
BorderStyle ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบของเส้นขอบ
Caption ใช้สำหรับกำหนดข้อความ
DataField ใช้สำหรับกำหนด Field ที่ต้องการเชื่อมต่อ
DataFormat ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบของการแสดงผลข้อมูลใน TextBox
Font ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบตัวอักษร
DataSource ใช้สำหรับกำหนดแหล่งข้อมูลหรือตารางที่ต้องการเชื่อมต่อ
ForeColor ้ ใช้สำหรับกำหนดสีตัวอักษร
Enabled ใช้สำหรับกำหนดให้สามารถใช้งานได้
Index ใช้สำหรับกำหนดลำดับสมาชิกของ TextBox กรณีที่กำหนดให้เป็น Array
Locked ใช้สำหรับกำหนด TextBox สามารถพิมพ์ข้อมูลได้หรือไม่
MaxLength ใช้สำหรับกำหนดความยาวของข้อมูลตัวอักษรที่สามารถพิมพ์ได้
MultiLine ใช้สำหรับกำหนดให้ TextBox สามารถพิมพ์ได้หลายบรรทัด
PasswordChar ใช้สำหรับกำหนดตัวอักษรที่ต้องการให้แสดงขณะที่พิมพ์
ScrollBars ใช้สำหรับกำหนดให้มี Scroll bars ใน TextBox
TabIndex ใช้สำหรับกำหนดลำดับของ Control ที่ใช้ใน Form
Text ใช้สำหรับกำหนดข้อความใน TextBox
ToolTipText ใช้สำหรับแสดงข้อความอธิบายเพิ่มเติม
Visible ใช้สำหรับกำหนดให้ซ่อนหรือแสดง TextBox
เมธอดที่สำคัญของ TextBox
SetFocus เป็นการกำหนดให้รอรับข้อมูลที่ TextBox

อีเวนต์ที่สำคัญของ TextBox

Change เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อข้อมูลของ TextBox มีการเปลี่ยนแปลง
GotFocus เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ TextBox เริ่มถูกใช้งาน
KeyPress เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการกดปุ่มใด ๆ บนคีย์บอร์ด
LostFocus เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ TextBox ถูกเลิกใช้งาน
Frame : กรอบ
ทำหน้าที่แยกกลุ่มของ ActiveX Control ออกเป็นกลุ่ม ๆ โดย Frame จะสามารถบรรจุ Control ต่าง ๆ เอาไว้ภายในได้

พร็อบเพอร์ตี้ที่สำคัญของ Frame
Name ใช้สำหรับกำหนดชื่อ
BackColor ใช้สำหรับกำหนดสีพื้น
BorderStyle ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบของเส้นขอบ
Caption ใช้สำหรับกำหนดข้อความ
Font ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบตัวอักษร
ForeColor ใช้สำหรับกำหนดสีตัวอักษร
ToolTipText ใช้สำหรับแสดงข้อความอธิบายเพิ่มเติม
Visiable ใช้สำหรับกำหนดให้ซ่อนหรือแสดง Frame
CommandButton : ปุ่มกด
ใช้สำหรับรอรับการกดปุ่ม <Enter> หรือ คลิกเมาส์ เพื่อให้เกิดการทำงาน บางครั้งเราจะเรียกสั้น ๆ ว่า Button
พร็อบเพอร์ตี้ที่สำคัญของ CommandButton
Name ใช้สำหรับกำหนดชื่อ
BackColor ใช้สำหรับกำหนดสีพื้น
Caption ใช้สำหรับกำหนดข้อความ
Font
ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบตัวอักษร
Index ใช้สำหรับกำหนดลำดับสมาชิกของ CommandButton กรณีที่กำหนดให้เป็น Array
Picture ใช้สำหรับกำหนดรูปภาพบน CommandButton
Style
ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบของปุ่มให้สามารถใช้งาน Graphic ได้หรือไม่
TabIndex ใช้สำหรับกำหนดลำดับของ Control ที่ใช้ใน Form
ToolTipText ใช้สำหรับแสดงข้อความอธิบายเพิ่มเติม
Visiable ใช้สำหรับกำหนดให้ซ่อนหรือแสดง CommandButton
เมธอดที่สำคัญของ CommandButton
SetFocus
เป็นการกำหนดให้รอรับการ Click หรือ กดปุ่ม <Enter> ที่ CommandButton
อีเวนต์ที่สำคัญของ CommandButton
Click เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการกดปุ่ม
GotFocus เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ CommandButton เริ่มถูกใช้งาน
LostFocus
เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ CommandButton ถูกเลิกใช้งาน
CheckBox : ตัวเลือก
ใช้สำหรับเลือกข้อมูลที่ต้องการ โดยจะเลือกหรือไม่ก็ได้ และสามารถเลือกได้มากกว่า 1 ตัวเลือก
พร็อบเพอร์ตี้ที่สำคัญของ CheckBox

Name ใช้สำหรับกำหนดชื่อ
Alignment ใช้สำหรับกำหนดตำแหน่งของข้อมูลบน CheckBox
BackColor ใช้สำหรับกำหนดสีพื้น
Caption ใช้สำหรับกำหนดข้อความ
Font ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบตัวอักษร
ForeColor ใช้สำหรับกำหนดสีตัวอักษร
Index ใช้สำหรับกำหนดลำดับสมาชิกของ CheckBox กรณีที่กำหนดให้เป็น Array
Style ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบของ CheckBox
TabIndex ใช้สำหรับกำหนดลำดับของ Control ที่ใช้ใน Form
ToolTipText ใช้สำหรับแสดงข้อความอธิบายเพิ่มเติม
Value ใช้สำหรับกำหนดค่าการเลือก
Visiable ใช้สำหรับกำหนดให้ซ่อนหรือแสดง CheckBox
เมธอดที่สำคัญของ CheckBox
SetFocus ใช้สำหรับกำหนดให้รอรับการเลือกข้อมูลที่ CheckBox
อีเวนต์ที่สำคัญของ CheckBox
Click เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการกดปุ่ม
GotFocus เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ CheckBox เริ่มถูกใช้งาน
KeyPress เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการกดปุ่มใด ๆ บนคีย์บอร์ด
LostFocus เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ CheckBox ถูกเลิกใช้งาน
OptionButton : ตัวเลือกบังคับเลือก
ใช้บังคับเลือกข้อมูลโดยสามารถเลือกข้อมูลได้เพียงค่าเดียวในกลุ่มเดียวกัน
พร็อบเพอร์ตี้ที่สำคัญของ OptionButton

Name ใช้สำหรับกำหนดชื่อ
Alignment ใช้สำหรับกำหนดตำแหน่งของข้อมูลบน OptionButton
BackColor ใช้สำหรับกำหนดสีพื้น
Caption ใช้สำหรับกำหนดข้อความ
Font ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบตัวอักษร
ForeColor ใช้สำหรับกำหนดสีตัวอักษร
Index y ใช้สำหรับกำหนดลำดับสมาชิกของ OptionButton กรณีที่กำหนดให้เป็น Arra
Style ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบของ OptionButton
TabIndex ใช้สำหรับกำหนดลำดับของ Control ที่ใช้ใน Form
ToolTipText ใช้สำหรับแสดงข้อความอธิบายเพิ่มเติม
Value ใช้สำหรับกำหนดค่าการเลือก
Visiable ใช้สำหรับกำหนดให้ซ่อนหรือแสดง OptionButton
เมธอดที่สำคัญของ OptionButton
SetFocus ใช้สำหรับกำหนดให้รอรับการเลือกข้อมูลที่ OptionButton
อีเวนต์ที่สำคัญของ OptionButton
Click เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการกดปุ่ม
GotFocus เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ OptionButton เริ่มถูกใช้งาน
KeyPress เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการกดปุ่มใด ๆ บนคีย์บอร์ด
LostFocus เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ OptionButton ถูกเลิกใช้งาน
ComboBox : กล่องรายการข้อมูล
ใช้สำหรับการเลือกข้อมูลจากรายการข้อมูลที่มีอยู่ โดยจะไม่แสดงรายการข้อมูลจนกว่าจะ Click Mouse ที่ Drop Down จึงจะแสดงรายการข้อมูลให้เลือก
พร็อบเพอร์ตี้ที่สำคัญของ ComboBox
Name ใช้สำหรับกำหนดชื่อ
BackColor ใช้สำหรับกำหนดสีพื้น
Font ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบตัวอักษร
ForeColor ใช้สำหรับกำหนดสีตัวอักษร
Index ใช้สำหรับกำหนดลำดับสมาชิกของ ComboBox กรณีที่กำหนดให้เป็น Array
List ใช้สำหรับใส่ระบุหรือกำหนดตัวเลือก
ListIndex ใช้สำหรับระบุลำดับตัวเลือก
Locked ใช้สำหรับกำหนดให้ ComboBox สามารถพิมพ์ หรือเลือกข้อมูล ได้หรือไม่ได้
Style ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบของ ComboBox
TabIndex ใช้สำหรับกำหนดลำดับของ Control ที่ใช้ใน Form
Text ใช้สำหรับกำหนดข้อความใน ComboBox
ToolTipText ใช้สำหรับแสดงข้อความอธิบายเพิ่มเติม
Visiable ใช้สำหรับกำหนดให้ซ่อนหรือแสดง ComboBox
เมธอดที่สำคัญของ ComboBox
AddItem เป็นคำสั่งสำหรับเพิ่มตัวเลือกเข้าไปใน ComboBox
Clear เป็นคำสั่งสำหรับลบข้อมูลทั้งหมดใน ComboBox
RemoveItem เป็นคำสั่งสำหรับลบข้อมูลโดยต้องระบุลำดับของข้อมูลที่ต้องการลบ
SetFocus ใช้สำหรับกำหนดให้รอรับการเลือกข้อมูลที่ ComboBox
อีเวนต์ที่สำคัญของ ComboBox
Change เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อข้อมูลของ ComboBox มีการเปลี่ยนแปลง
Click เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการกดปุ่มเลื่อนตำแหน่งหรือ Click Mouse
GotFocus เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ ComboBox เริ่มถูกใช้งาน
KeyPress เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการกดปุ่มใด ๆ บนคีย์บอร์ด
LostFocus เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ ComboBox ถูกเลิกใช้งาน
ListBox : กล่องรายการข้อมูล
ใช้สำหรับเลือกข้อมูลจากรายการข้อมูลที่มีอยู่
พร็อบเพอร์ตี้ที่สำคัญของ ListBox
Name ใช้สำหรับกำหนดชื่อ
BackColor ใช้สำหรับกำหนดสีพื้น
Font ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบตัวอักษร
ForeColor ใช้สำหรับกำหนดสีตัวอักษร
Index ใช้สำหรับกำหนดลำดับสมาชิกของ ListBox กรณีที่กำหนดให้เป็น Array
List ใช้สำหรับใส่ระบุหรือกำหนดตัวเลือก
ListIndex
ใช้สำหรับระบุลำดับตัวเลือก
Locked
ใช้สำหรับกำหนดให้ ListBox สามารถพิมพ์ หรือเลือกข้อมูล ได้หรือไม่ได้
Style
ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบของ ListBox
TabIndex ใช้สำหรับกำหนดลำดับของ Control ที่ใช้ใน Form
Text ใช้สำหรับกำหนดข้อความใน ListBox
ToolTipText ใช้สำหรับแสดงข้อความอธิบายเพิ่มเติม
Visiable ใช้สำหรับกำหนดให้ซ่อนหรือแสดง ListBox
เมธอดที่สำคัญของ ListBox
AddItem เป็นคำสั่งสำหรับเพิ่มตัวเลือกเข้าไปใน ListBox
Clear เป็นคำสั่งสำหรับลบข้อมูลทั้งหมดใน ListBox
RemoveItem เป็นคำสั่งสำหรับลบข้อมูลโดยต้องระบุลำดับของข้อมูลที่ต้องการลบ
SetFocus ใช้สำหรับกำหนดให้รอรับการเลือกข้อมูลที่ ListBox
อีเวนต์ที่สำคัญของ ListBox
Change เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อข้อมูลของ ListBox มีการเปลี่ยนแปลง
Click เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการกดปุ่มเลื่อนตำแหน่งหรือ Click Mouse
GotFocus เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ ListBox เริ่มถูกใช้งาน
KeyPress เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการกดปุ่มใด ๆ บนคีย์บอร์ด
LostFocus เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ ListBox ถูกเลิกใช้งาน
Image : รูปภาพ
ใช้สำหรับแสดงรูปภาพ
พร็อบเพอร์ตี้ที่สำคัญของ Image
Name ใช้สำหรับกำหนดชื่อ
BorderStyle ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบของเส้นขอบ
Index ใช้สำหรับกำหนดลำดับสมาชิกของ Image กรณีที่กำหนดให้เป็น Array
Picture ใช้สำหรับกำหนดรูปภาพบน Image
Stretch ใช้สำหรับกำหนดให้ปรับขนาดของรูปภาพให้พอดีกับขนาดของ Image
ToolTipText ใช้สำหรับแสดงข้อความอธิบายเพิ่มเติม
Visiable ใช้สำหรับกำหนดให้ซ่อนหรือแสดง Image
อีเวนต์ที่สำคัญของ Image
Click   เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการ Click Mouse ที่ Image
Timer : เวลา
ใช้สำหรับกำหนดการทำงานของ Control ที่ต้องการให้ทำงานตามช่วงเวลา
พร็อบเพอร์ตี้ที่สำคัญของ Timer
Name     ใช้สำหรับกำหนดชื่อ
Interval  ใช้สำหรับกำหนดช่วงเวลา
อีเวนต์ที่สำคัญของ Timer
Timer     เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาเปลี่ยน

ออบเจ็กและฟอร์ม

Posted by Unknown 0 comments
                  จะเห็นว่าเครื่องมือ หรือ คอนโทรล ต่าง ๆ ที่ Visual Basic ได้เตรียมไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็น Form, Textbox, Label, ฯลฯ ถือว่าเป็นวัตถุ ซึ่งเรียกว่า Object ในบทนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับ Object, Properties, Method และ Event รวมทั้งทำความรู้จักกับ Form และประเภทของ Form
ออบเจ็กต์ พร็อพเพอร์ตี้ และเมธอดของ คืออะไรอ็อบเจ็กต์ (objects) คือสิ่งใด ๆ ก็ตาม ซึ่งมีคุณสมบัติ (Properties) ที่บ่งบอกความเป็นตัวเองในขณะนั้น และสามาระแสดงพฤติกรรม (Method) ของตัวเองออกมาได้ เช่น คอนโทรลต่าง ๆ

คุณสมบัติ (properties) คือสิ่งที่สามารถบ่งบอกถึงความเป็นวัตถุ และอยู่ภายในตัววัตถุซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เช่น รูปร่าง ลักษณะ ความกว้าง ความยาว ฯลฯ สำหรับในแต่ละคอนโทรล หรือออบเจ็กต์ อาจจะมีคุณสมบัติที่เหมือนกัน หรือต่างกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับหน้าที่ของแต่ละคอนโทรล คอนโทรลหรือออบเจ็กต์หนึ่ง ๆ จะมีคุณสมบัติมากมาย หลายอย่าง ยิ่งสามารถปรับแต่งคุณสมบัติให้ตรงกับความต้องการมากเพียงใด โปรแกรมประยุกต์ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นได้ดี ในการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์สามารถปรับแต่ง คุณสมบัติได้จากหน้าต่างProperties หรือปรับแต่งด้วยการเขียนโค้ดก็ได้จะมีคุณสมบัติบางตัว ที่ไมโครซอฟท์แนะนำให้ ปรับแต่งด้วยการเขียนโค้ด และบางตัวปรับแต่งด้วยการแก้ไขในหน้าต่าง Properties และในทางปฏิบัติไม่จำเป็นต้องปรับแต่งทุก ๆ คุณสมบัติ เพราะ Visual Basic ได้ตั้งค่าเริ่มต้น ไว้ให้แล้ว ซึ่งก็สามารถใช้งานได้ในระดับหนึ่ง

เมธอด (methods) หมายถึง อาการที่วัตถุใด ๆ แสดงออกมาหรือถูกให้แสดงออกมาโดยพฤติกรรมใดๆ ของวัตถุนั้น จะมีผลเชื่อมโยงไปถึงข้อมูลคุณลักษณะภายในวัตถุเองด้วย อาจกล่าวได้ว่า เป็นการควบคุมการทำงานของคอนโทรล หรือออบเจ็กต์นั่นเอง จะใช้จุดเป็นตัวคั่นระหว่างชื่อคอนโทรลกับเมธอด ซึ่งจะเห็นได้ว่า คุณสมบัติและเมธอดมีคามใกล้เคียงกันมาก เนื่องจากจะใช้จุด . เป็นตัวแยกระหว่าง ชื่อคอนโทรลกับคุณสมบัติ หรือชื่อคอนโทรลกับเมธอด จะมีความแตกต่างกัน ในแง่ของการควบคุมคอนโทรล หรือออบเจ็กต์ ซึ่งจะได้ศึกษาในหัวข้อต่อ ๆ ไป
ฟอร์ม
ฟอร์ม (Form) คือ หน้าต่างที่ใช้สำหรับแสดงผล โดยจะมี ActiveX Controls ต่าง ๆ บรรจุอยู่ภานใน มีหน้าที่สำหรับติดต่อกับผู้ใช้งาน โดย Form ก็ถือว่าเป็นออบเจ็กต์ด้วย
ประเภทของฟอร์ม
ฟอร์มแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ
1. SDI Form (Single Document Interface Form) เป็นฟอร์มที่สามาระทำงานได้อย่างอิสระ สามารถที่จะวางเครื่องมือต่าง ๆ ได
2. 2. MDI Form (Multiple Document Interface Form) เป็นฟอร์มที่ใช้บรรจุ SDI Form ไว้ โดย SDI Form ที่จะบรรจุอยู่ภายใต้ MDI Form จะต้องกำหนดคุณสมบัติของฟอร์มให้เป็น MDI child ก่อน สำหรับ MDI Form จะสามารถวางเครื่องมือได้เพียงบางอย่างเท่านั้น
ใน Project แต่ละ Project นั้นจะมี SDI Form ได้ไม่จำกัด แต่จะมี MDI Form ได้เพียงแค่ 1 ฟอร์มเท่านั้น และสำหรับ Project ใดก็ตามที่มีการเรียกใช้ MDI Form และได้กำหนดคุณสมบัติของ SDI Form ให้เป็น MDI Child เมื่อทำการปิด MDI Form แล้วนั้นจะมีผลทำให้ SDI Form ที่เป็น MDI Child ถูกปิดตามไปด้วย
พร็อพเพอร์ตี้ที่สำคัญของฟอร์ม
Name ใช้สำหรับกำหนดชื่อ
BackColor ใช้สำหรับกำหนดสีพื้น
BorderStyle ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบของเส้นขอบ
Caption ใช้สำหรับกำหนดข้อความบน Title Bar ของ Form
ControlBox ใช้สำหรับกำหนดให้มีปุ่มควบคุมของ Form
Enabled ใช้สำหรับกำหนดให้ Form สามารถใช้งานได้หรือไม่
Font ใช้สำหรับกำหนดตัวอักษรของข้อความอุปกรณ์ต่าง ๆ ใน Form
ForeColor ใช้สำหรับกำหนดสีตัวอักษรของข้อความอุปกรณ์ต่าง ๆ ใน Form
MaxButton ใช้สำหรับกำหนดให้มีปุ่มขยายขนาดของ Form
MDI Child ใช้สำหรับกำหนดให้ Form มีคุณสมบัติเป็น Form ย่อยของ MDI Form
MinButton ใช้สำหรับกำหนดให้มีปุ่มย่อขนาดของ Form
Moveable ใช้สำหรับกำหนดให้ Form สามารถย้ายตำแหน่งได้หรือไม่
Picture ใช้สำหรับกำหนดรูปบน Form
ShowInTaskbar ใช้สำหรับกำหนดให้มีไอคอนแสดงบน Taskbar
StartUpPosition ใช้สำหรับกำหนดตำแหน่งการแสดง Form บนจอภาพ
Visible ใช้สำหรับกำหนดให้ซ่อนหรือแสดง Form
WindowState ใช้สำหรับกำหนดขนาดของ Form เมื่อมีการทำงาน
เมธอดที่สำคัญของ Form
Hide เป็นการทำงานที่สั่งให้ซ่อน Form
Line เป็นการทำงานที่สั่งให้วาดเส้นลงบน Form
Move เป็นการทำงานที่สั่งให้ Form ย้ายตำแหน่งไปยังตำแหน่งที่กำหนด
Print เป็นการทำงานที่สั่งให้พิมพ์ Form ออกทางเครื่องพิมพ์
Show เป็นการทำงานที่สั่งให้แสดง Form
Unload เป็นการทำงานที่สั่งให้ยกเลิกการใช้งานของ Form
อีีเวนต์ที่สำคัญของ Form
Activate จะเกิดขึ้นเมื่อเลือกใช้งาน Form กรณีที่มีการเปิด Form หลาย ๆ Form พร้อมกัน
Initialize จะเกิดขึ้นเมื่อ Form ถูกโหลดเข้าไปในหน่วยความจำ
Load จะเกิดขึ้นเมื่อ Form แสดงผลหลังจากที่ถูกโหลดเข้าไปในหน่วยความจำ
QueryUnload จะเกิดขึ้นเมื่อมีการปิด Form
Terminate จะเกิดขึ้นเมื่อ Form ถูกลบออกจากหน่วยความจำ
Unload จะเกิดขึ้นเมื่อ Form ถูกยกเลิกการใช้งาน
การกำหนดค่าพร็อพเพอร์ตี้ของ Form สามารถจะกำหนดได้ 2 วิธีด้วยกันคือ
1. กำหนดจาก Properties Window

2. กำหนดโดยการเขียนชุดคำสั่งใน Code Editor